| |
บึงสำราญ เป็นที่ยอมรับและรู้จักในวงการนักตกปลาที่ต้องการความเป็นส่วน
ตัวและรักความสงบการตกปลาในเกมส์นั้นนอกจากจะต้องใช้กำลัง ยังคงต้อง
มีทักษะ เรียนรู้ในนิสัยปลาแต่ละชนิด เพราะความแตกต่างในนิสัยปลา
จึงทำ
ให้เกมส์การเล่นไม่เหมือนกัน
|
| |
ตัวอย่างเทคนิคการตกปลาแต่ละชนิด
การตกปลาบึก-ปลาสวาย ควรใช้ ขอบขนมปัง, ขนมปังป่น, กะทิกล่อง หรือ หัวเชื้อ ผสมให้เข้ากัน
อุปกรณ์ ที่ใช้ มีตะกร้อ , ทุ่น , ตัวเบ็ด ,
สายลีดเชือก ,ลูกปัด
วิธีการ ตกนั้น ปั้นขนมปังที่ตะกร้อให้ได้ขนาดที่ต้องการ
เกี่ยวขอบขนมปังที่ตัวเบ็ด และตีเหยื่อไปในทางที่ต้องการ
การตกปลากะโห้ ปลาชนิดนี้เป็นปลาที่ฉลาดพอสมควรฉะนั้น ควรใช้ทักษะ
เรียนรู้ นิสัยปลา ส่วนใหญ่จะใช้ รำผสม หัวเชื้อ และต้องใช้เวลาพอสมควร
อุปกรณ์ที่ใช้มี ตะกร้อ, ตัวเบ็ด , โฟม , สายลีดเชือก
วิธีการ ตกนั้นปั้นรำที่ตระกร้อให้ได้ขนาดตามต้องการ
ใช้เม็ดโฟมเกี่ยวที่ตัวเบ็ด และตีหรือปล่อยเหยื่อในทางที่ต้องการ
|
| |

|

ปลาอะราไพม่า(Giant Arapaima or Pirarucu ) ปลาอะราไพม่า หรือ พิรารูดู Pirarucu (ชื่อพื้นเมืองของชาวบราซิล) และ PAICHE (ชื่อพื้นเมืองของชาวเปรู) ส่วนคนไทยรู้จักกันในนาม "ปลาช่อนอะเมซอน" จัดเป็นปลาที่อยู่ใน ครอบครัวเดียวกับปลาตะพัด หรืออะโรวาน่า คือ Family ปลาอะราไพม่า จัดเป็นยักษ์ใหญ่ของสถาน แสดงพันธุ์สัตว์น้ำของโลก และสำหรับนักเลี้ยงปลาทุกคน มันถูกจัดเป็น ปลาน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุด ในโลกชนิดหนึ่ง ซึ่งสามารถโตได้เร็วมาก มีความยาวได้ถึง 4 เมตร มีน้ำหนักถึง 400 กิโลกรัม เป็นปลาเนื้อดี กินอร่อยของชาวบ้าน ในประเทศ บราซิล เปรู และโคลัมเบีย ปลาอะราไพม่า เจริญเติบโตได้รวดเร็ว เป็นปลาที่มีแรงเยอะ ว่ายน้ำและกระโดดเก่งมาก รอบตัวของมัน ปกคลุมด้วยเกล็ดสีเขียวเหลือบขนาดใหญ่ ท้องเป็นสีขาว โคนหางมีเกล็ด สีแดงกระจัด กระจายอยู่ทั่ว คนไทยส่วนใหญ่ นิยมเรียกกันว่า "กุหลาบแดง"
ไม่มีหนวดเหมือนกับ ปลาอะโรวาน่า ชนิดอื่น จัดว่าเป็นปลา ที่มีอัตราการเจริญ เติบโตรวดเร็วที่สุด ในบรรดา ปลาอะโรวาน่า ทั้งหมด จึงไม่เหมาะ สำหรับผู้ที่คิดจะนำมาเลี้ยง ถ้าหากไม่มีสถานที่ ที่เหมาะสมและกว้างพอ
|
|
|
|
|
|
- |
- |
24-28 |
6.5-7.5 |
180,000 ฟอง |
- |
| ข้อมูลเฉพาะตัว |
|
| ชื่อวิทยาศาสตร์ : |
Arapaima gigas (Cuvier, 1829) |
| วงศ์ : |
Osteoglossidae |
| ถิ่นกำเนิด : |
ทวีปอเมริกาใต้แถบลุ่มน้ำ อะเมซอน แม่น้ำโอริโนโค ประเทศบราซิล เปรู และโคลัมเบีย |
| การขยายพันธุ์ : |
การวางไข่ แม่ปลา 1 ตัว (อายุ 4-5 ปี) สามารถวางไข่ได้ถึง 180,000 ฟอง ไข่ของปลาปลาชนิดนี้มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางราว 4/8-1/4 นิ้ว |
| อาหาร : |
กินปลาเล็ก อาหารสด |

โดยทั่วไปมีความยาวเฉลี่ย 4 เมตร |

|

ปลาจระเข้/ อัลริเกเตอร์(Alligator Gar) ลักษณะ ลำตัวกลม ยาวเรียว ส่วนหัวจะเล็ก ลง ปากยาว คล้ายจระเข้ โคนหางด้านบน จะยาวกว่าโคนหางด้านล่าง อย่างเห็นได้ชัดแพน หางกลมแข็งแรงคล้ายพัด มีเกล็ดที่แข็งและสาก ปกคลุมลำตัวเป็น รูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน ปลาจระเข้ มีอวัยวะที่ช่วยในการหายใจ ทำให้สามารถอาศัยอยู่ในน้ำ ที่มีปริมาณออกซิเจนต่ำได้ดี อุปนิสัยของปลาชนิดนี้ ค่อนข้างรักสงบ ไม่ก้าวร้าว สามารถเลี้ยงรวมกับปลาชนิดอื่นๆ ที่มีขนาดใกล้เคียงได้ หรือชนิดเดียวกันได้ หลายๆตัว ชอบอยู่รวมกัน เป็นฝูงโดยการลอยตัว อยู่บริเวณ เหนือผิวน้ำนิ่งๆ เพื่อรอเหยื่อว่ายเข้ามา ใกล้จึงจะพุ่งเข้าไป งับเหยื่อและมีรูปแบบ การกินเหยื่อ ที่น่าตื่นตาตื่นใจมาก
| ข้อมูลเฉพาะตัว |
|
| ชื่อวิทยาศาสตร์ : |
Atractosteus spatula (Lacepede, 1803) |
| วงศ์ : |
Lepisosteidae |
| ถิ่นกำเนิด : |
แถบลุ่มน้ำ อะเมซอน มิซิซิบปี และแมาน้ำบราซิล และเม็กซิโก |
| การขยายพันธุ์ : |
ยังไม่มีรายงาน |
| อาหาร : |
กินปลาเล็ก กบ อาหารสดประเภท เนื้อหมู เนื้อปลา |
โดยทั่วไปมีความยาวเฉลี่ย 3 เมตร |

|

ปลาแรด/ปลาเม่น(Giant Gourami) เป็นปลาที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ในวงศ์ปลาหมอ ปลาทุกชนิด ในวงศ์นี้มีอวัยวะ ที่ช่วยในการหายใจ ในน้ำที่มีออกซีเจนต่ำ ปลาแรดมีรูปร่าง ด้านข้างแบน ส่วนกว้างของลำตัว ค่อนข้างไล่เลี่ย กับความยาว หัวเล็กไม่มีหนวด กระดูก แก้มเป็นจักร ลักษณะของเกล็ดคล้ายเกล็ดปลาหมอ ครีบหลังและครีบก้นมีก้านเดี่ยวเป็นหนามแข็ง ครีบอกมีขนาดเล็ก การวางไข่ จะทำรังวางไข่ รังของปลาแรดคล้ายรังนก ไข่ของปลาแรดมีขนาดใหญ่ และลอยน้ำ จัดว่าเป็นปลาที่อดทน เลี้ยงง่าย นิสัยก้าวร้าว
| ข้อมูลเฉพาะตัว |
|
| ชื่อวิทยาศาสตร์ : |
Osphronemus goramy |
| วงศ์ : |
Anabantoids |
| ถิ่นกำเนิด : |
ในแม่น้ำและหนองบึง ที่มีทางติดต่อกับแม่น้ำ ภาคกลางพบที่เขื่อนแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี และลำน้ำเจ้าพระยาและสาขา นอกจากนั้น ยังพบในประเทศอินโดนีเซีย |
| การขยายพันธุ์ : |
การวางไข่ จะทำรังวางไข่ รังของปลาแรด คล้ายรังนก ไข่ของปลาแรดมีขนาดใหญ่ และลอยน้ำ 800-1,000 ฟอง ไข่จะฟักเป็นตัวใน 3-5 วัน |
| อาหาร : |
กินปลาเล็ก กบ อาหารสดประเภท เนื้อหมู เนื้อปลา |
โดยทั่วไปมีความยาวเฉลี่ย 60 cm. |

|

ปลาบึก(Mekong Giant Catfish) จัดเป็นปลาน้ำจืดที่ไม่มีเกล็ดที่มีขนาดใหญ่ ลำตัวมีความยาวเกือบ 3 เมตร และมีน้ำหนักมากกว่า 250 กิโลกรัม ลำตัวมีลักษณะยาวและแบนด้านข้าง ส่วนหัวค่อนข้างใหญ่ ตามีขนาดเล็ก ไม่มีฟัน มีหนวดสั้นๆ ที่ขากรรไกรบน 1 คู่ซ่อนอยู่ในร่องตรงเลยมุมปาก ในขณะมีชีวิตสีลำตัวจะเป็นสีเทาออกแดงทางด้านหลัง แล้วค่อยๆ กลายเป็นสีเทาแกมฟ้าทางด้านข้าง และสีขาวทางด้านใต้ท้อง มีจุดดำจุดหนึ่งทางด้านข้างตรงตำแหน่งปลายสุดของครีบหู และจุดดำอีกสามจุดบนครีบหาง ครีบทุกครีบเป็นสีเทาจางๆ
| ข้อมูลเฉพาะตัว |
|
| ชื่อวิทยาศาสตร์ : |
Pangasianodon gigas |
| วงศ์ : |
- |
| ถิ่นกำเนิด : |
ปลาบึกพบอาศัยอยู่เฉพาะในแม่น้ำโขงและแม่น้ำสาขาเท่านั้น เคยพบบ้างในแคว้นฉานของประเทศพม่า และแคว้นยูนาน ในประเทศจีนตอนใต้ ชอบบริเวณแม่น้ำที่มีความลึกมากกว่า 10 เมตร พื้นท้องน้ำเป็นกรวด และควรจะมีเพิงหินหรือถ้ำใต้น้ำด้วย |
| การขยายพันธุ์ : |
รักสงบ ตื่นตกใจง่าย ชอบอยู่รวมกันเป็นฝูงบริเวณเขตน้ำลึกที่มีกระแสน้ำไหล
เชื่อว่าฤดูวางไข่ของปลาบึกจะตกอยู่ราวเดือนกุมภาพันธ์โดยปลาบึกจะว่ายทวนน้ำขึ้นไปวางไข่เหนือขึ้นไปจากประเทศไทย บริเวณหลวงพระบางในประเทศลาวซึ่งเป็นบริเวณนำลึกมีเกาะแก่งมากสะดวกในการผสมพันธุ์และวางไข่ในฤดูแล้ง พอถึงฤดูน้ำหลาก มันจะว่ายตามน้ำลงมายังแม่น้ำโขงตอนล่าง |
| อาหาร : |
อาหารได้แก่ สาหร่ายที่ขึ้นอยู่ตามก้อนหินใต้น้ำเป็นอาหาร |
| สถานภาพปัจจุบัน : |
ในปัจจุบันประเทศไทยโดยทางกรมประมงได้ผสมเทียมปลาบึกเป็นผลสำเร็จตั้งแต่ปี พ.ศ. 2526 และในปีต่อมาสามารถเพาะพันธุ์ได้จำนวนมากพอที่จะปล่อยในแหล่งน้ำต่างๆ ทั่วประเทศ ปรากฏว่าปลาบึกเจริญเติบโตได้ดี แต่ยังไม่ทราบว่าจะผสมพันธุ์วางไข่ได้หรือไม่ ทุกปีจะมีเทศกาลจับปลาบึกขึ้นที่อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ทำให้ปลาบึกที่โตเต็มที่พร้อมผสมพันธุ์ถูกจับปีละนับร้อยตัว เพื่อนำเอามาขายเป็นอาหารราคาแพง ทำให้ปริมาณของปลาบึกในแม่น้ำโขงลดจำนวนลงทุกปีๆ |

|

ปลากะโห้ (CATOCARPIO SIAMENSIS / Boulenger) ปลาในวงศ์ปลาตะเพียนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และเป็นชนิดที่ ใหญ่ที่สุดในโลกชนิดหนึ่ง มีรายงานว่าลำตัวยาวถึง 3 เมตร และมีน้ำหนักถึง 120 กิโลกรัม ลำตัวปกคลุมด้วยเกล็ดขนาดใหญ่มากและมีเกล็ดตาม แนวเส้นข้างตัวจำนวน 39-41 เกล็ด ไม่มีฟันในปาก แต่จะพบมีฟัน ที่คอหอยเรียงกันชุดละ 4 ซี่เหงือกมีขนาดยาวและมีเป็นจำนวนมากใช้ใน กรองแพลงค์ ตอนกินเป็นอาหาร ลูกปลามีขนาดส่วนหัวโตมากและจะมีความยาวถึง 1 ใน 4 ของความยาวลำตัว เมื่อโตเต็มที่จะพบปลากะโห ้มีสีเทาเข้มหรือ สีขาวอมชมพูก็ได้ แต่ครีบทุกครีบมีสีแดง
| ข้อมูลเฉพาะตัว |
|
| ชื่อวิทยาศาสตร์ : |
- |
| วงศ์ : |
- |
| ถิ่นกำเนิด : |
ปกติพบอาศัยอยู่ตามวังน้ำลึกในแม่น้ำ โดยเฉพาะที่มีกองหิน ใต้น้ำ ในแม่น้ำเจ้าพระยาพบในบริเวณจังหวัดสิงห์บุรี ชัยนาท และอยุธยา ในแม่น้ำแม่กลองพบที่สุพรรณบุรีและราชบุรี พบในแม่น้ำเจ้าพระยาในประเทศไทยและแม่น้ำโขง ในประเทศลาวและกัมพูชา บางครั้งพบเข้าไปหากินในลำน้ำขนาดเล็กที่ เชื่อมต่อกับแม่น้ำใหญ่ |
| การขยายพันธุ์ : |
การที่ปลามารวมกันบริเวณใต้เขื่อน ทำให้ง่าย ต่อการจับอย่างยิ่ง ปลาจำนวนหนึ่งจะถูกชาวประมงจับไปทุกปี เนื้อปลาชนิดนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งก้อนเนื้อตรงเพดานปาก เป็นที่นิยมว่ามีรสอร่อยมาก |
| อาหาร : |
อาหารได้แก่ สาหร่ายที่ขึ้นอยู่ตามก้อนหินใต้น้ำเป็นอาหาร |
| สถานภาพปัจจุบัน : |
ในระยะหลังตั้งแต่มีการผสมเทียมปลากะโห้ได้เป็นครั้งแรกใน ปี พ.ศ. 2528 จึงมีการปล่อยลูกปลากะโห้ลงในแม่น้ำได้ปีละมากๆ ทำให้จำนวน ที่น้อยลงอย่างมากในธรรมชาติมีปริมาณเพิ่มขึ้น และมีการจับได้ปลาขนาด ใหญ่อยู่เนื่องๆ |

|

ปลาเทพา/ปลาเลิม (Chao Phraya Giant Catfish) เป็นปลาน้ำจืดชนิดหนึ่งในจำพวกปลาไม่มีเกล็ดหรือปลาหนัง จัดอยู่ในวงศ์เดียวกับปลาสวายและปลาเทโพ มีขนาดลำตัวยาวถึง 2.5 เมตร และมีน้ำหนักมากกว่า 100 กิโลกรัม เป็นปลากินเนื้อที่มีส่วนหัวค่อนข้าง สั้นแต่มีลักษณะแบนและกว้าง มีลักษณะเด่นตรงที่มีก้านครีบอันแรกของครีบหลัง ครีบอก และครีบท้อง มีขนาดใหญ่และยื่นยาวเลยครีบออกไปมาก จึงดูสง่างามในเวลาว่ายน้ำมากกว่าปลาชนิดอื่นในวงศ์เดียวกัน
| ข้อมูลเฉพาะตัว |
|
| ชื่อวิทยาศาสตร์ : |
Pangasius sanitwongsei |
| วงศ์ : |
- |
| ถิ่นกำเนิด : |
พบในประเทศไทยและประเทศในแถบอินโดจีน |
| การขยายพันธุ์ : |
รักสงบ ชอบอยู่รวมกันเป็นฝูง ปกติจะว่ายน้ำตลอดเวลา |
| อาหาร : |
อาหารที่ชอบได้แก่ซากสัตว์ที่ตายลอยอยู่บนผิวน้ำ แต่ลูกปลาขนาดเล็กมักชอบอยู่รวมกันเป็นฝูงใหญ่และอาศัยอยู่ในบริเวณน้ำนิ่ง กินแมลงน้ำ และสัตว์น้ำขนาดเล็กเป็นอาหาร |

|
| |
|